สัญญาณอันตราย! "หม้อลมเบรครถบรรทุก" รั่วหรือเก็บลมไม่อยู่ ต้องรีบแก้อย่างไร?
สำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุกหรือผู้ประกอบการขนส่ง "เสียงลม" คือสิ่งที่คุ้นเคยและบ่งบอกถึงสถานะการทำงานของรถได้เป็นอย่างดี แต่หากวันหนึ่งเสียงลมที่เคยได้ยินเริ่มเปลี่ยนไป หรือเข็มวัดลมที่หน้าปัดแสดงอาการผิดปกติ นั่นคือสัญญาณเตือนที่มองข้ามไม่ได้! เนื่องจากระบบเบรคลมคือหัวใจหลักของความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่บรรทุกน้ำหนักมหาศาลไม่ได้หยุดได้ด้วยแรงเหยียบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยแรงดันลมมหาศาลมาช่วยชะลอและหยุดล้อ หากเกิดเหตุการณ์ลมหมดหรือ หม้อลมเบรครถบรรทุก รั่วในระหว่างการปฏิบัติงาน ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาเรื่องรถเสียเท่านั้น แต่มันหมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
ทาง Well Interparts เข้าใจถึงความกังวลใจของคนขับรถพ่วงและรถบรรทุกเมื่อระบบเบรคมีปัญหา การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อยตั้งแต่เนิ่นๆ และการเลือกใช้อะไหล่ที่ได้มาตรฐานมาเปลี่ยนทดแทน คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกการเดินทางราบรื่นและปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากเน้นย้ำให้ผู้ใช้งานรถบรรทุกทุกคนให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง
4 สัญญาณเตือน! หม้อลมเบรครถบรรทุก เริ่มเสื่อมสภาพและเก็บลมไม่อยู่
ก่อนการสตาร์ทรถเพื่อออกปฏิบัติงานในแต่ละวัน การเช็ก หม้อลมเบรครถบรรทุก หรือเช็กรถก่อนเดินทางเป็นขั้นตอนที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาการหม้อลมรั่วหรือเสื่อมสภาพ ซึ่งมักจะส่งสัญญาณเตือนออกมาให้เห็นชัดเจน 4 รูปแบบ หากพบอาการเหล่านี้ไม่ควรปล่อยไว้จนลมเบรคหมดระหว่างทาง
1. มีเสียงลมรั่ว "ฟี้" ขณะเหยียบหรือปล่อยเบรค
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือการได้ยินเสียงลมรั่ว "ฟี้" ดังออกมาจากบริเวณล้อหรือใต้ท้องรถในขณะที่เหยียบเบรค อาการนี้ชี้ให้เห็นว่าอาจมี วาล์วลม บางตัวทำงานผิดปกติ หรือเกิดจาก ซีลยางเสื่อม สภาพจนกักเก็บลมไว้ไม่อยู่ ทำให้ลมเล็ดลอดออกมาได้ในขณะที่ระบบกำลังทำงาน
2. เกจ์วัดลมบนหน้าปัดตกเร็วผิดปกติ
โดยปกติระบบลมในรถบรรทุกจะรักษาแรงดันที่คงที่ แต่หากสังเกตเห็นว่า เกจ์วัดลม บนหน้าปัดตกฮวบลงอย่างรวดเร็วหลังจากดับเครื่องยนต์ หรือเข็มตกในขณะที่ไม่ได้ใช้งานเบรค นั่นคือข้อบ่งชี้ว่า แรงดันลม ในระบบมีจุดรั่วไหลแน่นอน ยิ่งหากต้องรอปั๊มลมนานกว่าปกติก่อนจะออกรถได้ ยิ่งต้องรีบทำการตรวจสอบโดยด่วน
3. แป้นเบรคแข็ง เหยียบไม่ลง หรือระยะเบรคยาวขึ้น
เมื่อระบบลมมีการรั่วไหล ปริมาณลมที่จะส่งไปดันลูกหมากเบรคจะลดน้อยลง ส่งผลให้รู้สึกว่า เบรคทื่อ ต้องออกแรงเหยียบมากกว่าปกติ หรือรู้สึกได้ว่า ระยะเบรค ยาวขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่รถบรรทุกหนักหรือต้องขับขี่ในเส้นทางลาดชัน
4. เบรคติด ล้อล็อคเอง (Spring Brake ทำงาน)
รถบรรทุกส่วนใหญ่มีระบบนิรภัยที่อยู่ในหม้อลม 2 ชั้น เรียกว่า สปริงเบรค (Spring Brake) ซึ่งจะทำงานอัตโนมัติเมื่อลมในระบบรั่วหรือเหลือน้อยเกินไปตามค่าที่กำหนด เพื่อป้องกันรถไหล ผลที่ตามมาคือจะเกิดอาการ เบรคติด จนล้อล็อคและรถไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ อาการนี้คือสัญญาณเตือนขั้นสุดท้ายว่าแรงดันในหม้อลมเบรควิกฤต และระบบได้ตัดการทำงานเพื่อเซฟตี้ความปลอดภัยแล้ว
สาเหตุหลักที่ทำให้หม้อลมรั่ว เกิดจากอะไร?
จากประสบการณ์งานช่างซ่อมบำรุง สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หม้อลมเบรคที่ล้อรั่วมักมาจาก "แผ่นไดอะแฟรม" (Diaphragm) หรือแผ่นยางภายในหม้อลมเกิดการฉีกขาดเนื่องจากการใช้งานหนัก ยืด-หดตัวต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยตัวร้ายคือการมี สนิมในระบบลม ซึ่งเกิดจากความชื้นและฝุ่นละอองที่เข้าไปสะสมในถังลมหลัก จนลามเข้าไปทำลายชิ้นส่วนวาล์วและยางภายในหม้อลม ดังนั้น การบำรุงรักษาด้วยการดึงวาล์ว ระบายน้ำออกจากถังลมเป็นประจำ (หรือหมั่นเช็กชุดกรองดักน้ำ Air Dryer) จึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอ
วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อพบปัญหาลมรั่ว
หากพบปัญหาในระหว่างการขับขี่ ควรนำรถเข้าจอดในพื้นที่ปลอดภัยทันที และเดินตรวจสอบจุดที่ได้ยินเสียงลมรั่ว หากพบว่าเป็นเพียง สายลมหลุด หรือข้อต่อหลวม อาจจะพอแก้ไขหน้างานได้ชั่วคราว แต่หากพบว่ารั่วออกมาจากตัวหม้อลมเบรคโดยตรง ห้ามฝืนขับต่อเด็ดขาด ควรเรียกช่างหรือรถสไลด์ และทำการเปลี่ยนอะไหล่ใหม่เพื่อความปลอดภัย 100%
หากคุณกำลังเผชิญปัญหาระบบลมเบรค หรือต้องการเปลี่ยน หม้อลมเบรครถบรรทุก และ อะไหล่รถพ่วง คุณภาพสูง สามารถปรึกษาและเลือกซื้อได้ที่ Well Interparts เรามีอะไหล่ระบบเบรคลมครบวงจร พร้อมส่งทั่วประเทศ

