top of page

รู้หรือไม่!! ถุงลมรถพ่วง รถกึ่งพ่วง ทำงานอย่างไร?

ถุงลมรถพ่วง รถกึ่งพ่วง ทำงานอย่างไร?

ระบบรองรับนํ้าหนักแบบถุงลมรถพ่วง รถกึ่งพ่วง จะทำงานด้วยแรงดันลมที่ได้รับมาจากปั้มลมของตัวรถ โดยแรงดันลมจะถูกส่งผ่านชุดกรองดังนํ้าและผ่านไปยังถังลมหลักโดยมีอุปกรณ์ช่วยควบคุมแรงดันให้คงที่ เช่น เซฟตี้วาล์ว กาวานา เมื่อถังลมหลักมีแรงดันเพียงพอแล้ว แรงดันจะถูกปล่อยไปยังถังใช้งานระบบเบรก/ระบบช่วงล่าง/ระบบสำรอง โดยมี Protection Valve เป็นตัวควบคุมและแยกระบบลมออกจากวงจรระบบเบรกรถ

ถุงลม

สำหรับรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง แรงดันลมจะถูกส่งจากถังสำรองของหัวลากโดยมีเทรลเลอร์คอนโทรลวาล์วเป็นตัวควบคุมและแรงดันลมจะไหลผ่านจุดต่อ เช่น มือเสือหรือข้อต่อต่างๆ แล้วแรงดันลมของรถเทรลเลอร์จะถูกกักเก็บไว้ในถังลมสำหรับระบบเบรกให้มีเพียงพอต่อการใช้งานระบบเบรกไว้ก่อนเสมอ เมื่อแรงดันเพียงพอแล้ว แรงดันจะถูกปล่อยไปยังถังใช้งานระบบช่วงล่าง/ระบบสำรอง โดยมี Protection Valve เป็นตัวควบคุมแรงดัน แรงดันที่ใช้งานในระบบรองรับนํ้าหนักจะมีประมาณ 7-9บาร์

ในวงจรลมที่ใช้ในระบบรองรับนํ้าหนักแบบถุงลม สามารถเลือกใช้งานได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการออกแบบตัวรถหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง แต่ส่วนใหญ่แล้ววงจรลมจะออกแบบเป็นแบบ 2 สาย (Dual Pipe line) โดยแยกควบคุมเป็นด้ายซ้ายและขวา โดยใช้วาล์วปรับระดับเป็นตัวแยกวงจร แรงดันในถุงลมทั้งหมดจะมีความสมดุลย์หรือแรงดันเท่ากันทุกจุดทั้งในขณะมีนํ้าหนักบรรทุกและไม่บรรทุก แรงดันภายในถุงลมจะถูกปรับโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

ในวงจรลมระบบ

ค่าการหดและยืดตัวของชุดรองรับนํ้าหนักแบบถุงลม

ค่าการยืดหรือหดตัวของถุงลม คือ ระยะที่บ่งบอกถึงความสามารถในการยืดและหดตัวในขณะใช้งานในสภาพที่แตกต่างกัน

ค่าการหดและยืดตัวของชุดรองรับนํ้าหนักแบบถุงลม

- ระยะการหดตัว (In Bound) คือระยะที่ถุงหดตัวสูงสุดในขณะที่มีนํ้าหนักบรรทุกและไม่มีแรงดันลมในถุงลม (Laden Without Pressure)

- ระยะการหดตัว (Bump) คือระยะที่ถุงหดตัวสูงสุดในขณะที่ไม่มีนํ้าหนักบรรทุกและไม่มีแรงดันลมในถุงลม (Unladen Without Pressure)

- ระยะใช้งานปกติชุดรองรับนํ้าหนักแบบถุงลม (Ride Height)

ค่าการใช้งานปกติของชุดช่วงล่าง คือ ค่าที่ถูกกำหนดเพื่อการใช้งานรถในสภาวะปกติ รถจะถูกกำหนดค่าความสูงในขณะใช้งานทั้งในขณะที่มีนํ้าหนักบรรทุกและไม่บรรทุก


ค่าการยืดของชุดรองรับนํ้าหนักแบบถุงลม

ระยะการยืดตัว (Out Bound) จะบอกค่าการยืดตัวสูงสุดของถุงลมในขณะที่ถนนมีสภาพที่ต่างระดับมากเกินไป

การหาความสูงระบบรองรับนํ้าหนักถุงลมนั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบรถเพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง/ปลอดภัยและสอดคล้องกับข้อกำหนดของกำหนดของกฏหมายด้วย Ride Height (RH) ของรถจะแบ่งออกเป็น 2ลักษณะ คือ

  1. Unladen Ride Height คือ ความสูงของรถที่วัดจากกึ่งกลางเพลามาที่ด้านล่างของคัสซีรถ จะทำการวัดในขณะที่ไม่มีนํ้าหนักบรรทุก

  2. Laden Ride Height คือ ความสูงของรถที่วัดจากกึ่งกลางเพลามาที่ด้านล่างของคัสซีรถ จะทำการวัดในขณะที่มีนํ้าหนักบรรทุก


สิ่งที่ต้องรู้สำหรับการกำหนดขนาด Ride Height สำหรับรถเทรลเลอร์

  1. ความสูงของอุปกรณ์ที่จะบรรทุก

  2. ความสูงของหัวลาก โดยวัดจากพื้นดิน ถึง จุดสูงสุดของจานลากในแนวระนาบกับพื้นดิน

  3. ความสูงที่วัดจากพื้นของจานลาก ถึง พื้นด้านบนที่วางอุปกรณ์

  4. ความสูงด้านท้ายของตัวเทรลเลอร์ โดยวัดจากพื้นดิน ถึง จุดสูงสุดของพื้นที่ใช้วางอุปกรณ์ที่จะบรรทุกในแนวระนาบกับพื้นดิน

  5. ความสูงของคัสซีหรือบีมที่ออกแบบสำหรับรถนั้นๆ

  6. ขนาดของยางที่จะใช้งาน

ถุงลมวิเก้อร์
ชุดช่วงล่างถุงลม


อัปเดตข่าวสารกับสินค้าใหม่ๆ เกี่ยวกับอะไหล่รถบรรทุกอะไหล่รถพ่วง และรถเทรลเลอร์

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่


ดู 18 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page